2005/Dec/19


อีกไม่กี่วัน ฉันก็จะได้ไปตะลุยแดนกิมจิอีกรอบแล้ว
คราวนี้ ขอเลือกไปฉลองปีใหม่ในหน้าหนาว
เพราะอยากไปทับความทรงจำตอนไปครั้งก่อนที่ร้อนตับแล่บซะหน่อย

คราวก่อน ละครเรื่องไรหว่า ที่พระเอกใส่แว่นกรอบสีเงินๆ กำลังดังอ่ะ
มองไปทางไหน ก็เห็นคนเกาหลีใส่แว่นตากรอบเงินแบบพระเอกคนนี้ทั่วเลย
แล้วไปคราวนี้ จะเห็นผู้หญิงทุกคนไว้ทรงผม นางเอก แดจังกึม ป่าววะ อิๆ

ไอ้ละครเรื่องนี้ ความจริงก็สนุกนะ
แต่ถึงเวลาทีไร ฉันชอบลืมเปิดทีวีดูทุกที
ก็ไอ้ทีวี ของฉัน ปกติมันเป็นที่ทับกระดาษน่ะ
ชาตินึง ค่อยเปิดสักครั้ง (จนมันจะขึ้นราแล้ว)


ดูๆแล้ว เห็นนางเอกทำอาหารแต่ละอย่าง ทำม๊าย ทำไมน่ากินจังวะ
ทีไอ้ตอนที่เราไป มีแต่อาหารประหลาดๆ
จะสั่งของหร่อยๆมากิน คนขายก็ฟังอังกฤษไม่ออก
ห้วย ไปเที่ยวเกาหลี นี่เมื่อยมือจริงๆ (ภาษาใบ้)

เลยขอ Intrend บ้างดิ
ลงรูปอาหารที่คราวก่อนไปเที่ยวเกาหลี ที่เคยไปกินมาให้ดูสักหน่อย

  • เย็นตาโฟใส่น้ำแข็ง ..

    นี่ๆไอ้ชามนี้ สั่งมาเสียเงิน 200 กว่าบาทฟรีๆ
    อีตอนสั่ง เห็นบอกว่า Noodle Soup ดูรูปไกลๆก็เห็นเหมือนเย็นตาโฟบ้านเรา
    ห้วย พอทำเสร็จ มาเสริฟตรงหน้าเท่านั้แหละ แทบร้องไห้
    กินของคาวแบบใส่น้ำแข้งยูนิคเป็นก้อนๆ เย็นๆ ลงไปได้ไงวะ ขนลุก!



เออ ไอ้บะหมี่ชามนี้นี่ ยังพอทน

ส่วนอันนี้เมนูบอกว่า เกี๊ยวซ่า แต่นึ่งมาแบบขนมจีบเลย ข้างในเป็นไส้กุ๊ยฉ่าย

โอ้ว...ใส่น้ำแข็งมาอีกชามล่ะ ไม่กินว้อยยยยยย

ไข่เจียวทรงเครื่อง รสชาติประหลาดๆ เลี่ยนๆไงไม่รู้


ไส้กรอกเกาหลี หน้าตาแบบนี้ มีพริกเกลิอให้จิ้มด้วย ฮือๆไม่กล้ากิน

ใครจะไปกินลง หน้าตาไส้กรอก เหมือนลำไส้ใหญ่ ฮือๆ
(เมนูบอกว่า Sausageไอ้เราก็นึกว่าเหมือนไส้กรอกทั่วไป)



ข้าวผัดเปรี้ยวหวานปลาหมึก..น้ำเจิ่งนองล้นจาน

บะหมี่คลุกซอสดำ ไอ้จานนี้ กินเสร็จ อย่ายิ้มให้ใครดู เพราะฟันจะดำปี๋เลย

สุดท้าย มาตายรัง มาม่าต้มยำแบบนี้ เวิรค์สุดๆแฮ่!

แล้วตบด้วย น้ำแข็งใส ถ้วยนี้ อืมม์..อร่อย

ความจริง อาหารเกาหลี คงมีอะไรอร่อยๆเยอะแหละ แต่สั่งไม่เป็นอ่ะ
แม้ว่าหลายคนจะบอกหน้าตาฉันเหมือนคนเกาหลี
แต่ว่า...หน้าตาก็ช่วยอะไรไม่ได้เลยสักอย่างนะเอิ๊กๆ

เอาวุ้ย คราวนี้ขอไปตะลุยแดนกิมจิ อีกสักรอบ
กลับมา จะเล่าเรื่องทริปครั้งนี้ให้อ่านกันนะ
(ของเกาหลีคราวก่อน ตูยังเขียนไม่จบเลย ฮ่าๆ)

รู้แล้ว...หนังสือเล่มต่อไป เขียนเรื่องราวหนุกๆที่ไปเที่ยวตามที่ต่างๆดีกว่า
เขียนแบบฮาๆ โก๊ะๆ หน้าแตกเหมือนที่เขียนตะลุยกิมจิที่อยู่ในเวบเพจ ดีมั้ย


ตั้งชื่อว่า.. " เมื่อนังอายหน้าแหกแดนสนธยา"
คิ ๆ แบบนี้จะมีคนซื้ออ่านมั้ยว๊า...





ปล. จะได้เห็นหนังสือสาวแชทวันนี้แล้ว โย่วๆ

ปล2. พรุ่งนี้ใครว่าง ไปหนุกๆกันงานเปิดตัวหนังสือสาวแชทนะ
บอกก่อน งานนี้ฉันเป็นตัวแถม 555 พี่ป๊อปเป็นตัวหลัก


มาริโกะโป๊ะเช๊ะ
19 ธ.ค. 2548 เวลา 07:41 น.

***********************************
ประกาศย้ายได

www.mariko.diaryis.com

*************************************

2005/Dec/06


วันนี้วันพ่อ.
ฉันหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อที่จะกดโทรไปหาพ่อ
แต่ก็ไม่สำเร็จ...
หยิบแล้ววาง..วางแล้วหยิบ นับสิบครั้ง........


ทำไม...
กับการแค่โทรไปทักทายพ่อบ้าง...
ทำไม.....มันยากเย็นแบบนี้.....

ฉันเปลี่ยนแผน..โทรหาน้องชาย
วันนี้ ที่บ้านเรานัดกันพาป๊าไปกินข้าวเปล่า
ไม่มีนี่
เหรอ...อืมม์..งั้นแค่นี้นะ ฉันวางหูอย่างหงอยๆ

เสียงพลุปะทะดังจากท้องฟ้าเป็นระลอก
ฉันละสายตาที่ล้าจากการเพ่งจอคอมมาทั้งวัน
ลุกไปยังต้นเสียงที่นอกระเบียงชั้น 9

คืนนี้ฟ้ามืดสนิทจริงๆ..
พระจันทร์โผล่เพียงแค่เสี้ยวเล็กๆแต่ก็มองเห็นอย่างชัดเจน
เสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังมาจากทีวีในห้องที่ฉันเปิดทิ้งไว้

แสงไฟจากพลุ นับ 20 จุดกระจายทั่วท้องฟ้าทั้งกรุงเทพฯ
ประกายดวงไฟนับร้อยนับพันดวงผสานกันเป็นรูปต่างๆ
ฉันมองมันอย่างตื่นตา...ตื่นใจ...
สวยงามเหลือเกิน...

ฉันยืนดูนิ่ง......นาน.....จนแสงไฟทุกดวงค่อยๆดับลง..
ลมเย็นๆพัดปะทะใบหน้าอย่างแผ่วเบา...
ฉันกอดอก.....
หนาวยะเยือก...ขึ้นมาจับใจ

เหงา.........

คิดถึงพ่อ.....
คิดถึงแม่.....
คิดถึงน้อง.....

ฉันคิดถึงครอบครัว........



ขอบตาฉันร้อนผ่าว...น้ำอุ่นๆเริ่มเอ่อคลอ

ภาพอดีตบางอย่างลอยเข้ามาในห้วงความทรงจำ

ป๊า...พาลี่ไปดูไฟหน่อยนะๆๆๆๆ
ฉันในวัยเด็กสิบขวบ คะยั้นคะยอฉุดมือพ่อฉัน
ให้ขับรถพาไปดูแสงไฟในวันที่ 5 ธันวาเหมือนปีก่อนๆ
และพ่อฉันก็พาพวกเราทั้งครอบครัวไปดูไฟถึงสนามหลวง
มันเป็นกิจกรรมประจำปีของครอบครัวเรา

แต่สิบกว่าปีหลังมานี้...
การไปดูแสงไฟยามค่ำคืนในวันพ่อ..มันก็เป็นได้แค่ความทรงจำ....


นึกๆแล้ว ตอนเป็นเด็ก...บางทีก็มีความสุขดีนะ
ใครจะคิดว่า...เด็กน้อยตัวแสบของป๊าในวันนั้น
ตอนนี้จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านเหตุการณ์อะไรมามากมายเหลือเกิน

ป๊ารู้มั้ยว่า...ตอนเด็กๆเวลาที่มีคนมาว่าลี่ว่า..
ไอ้ความดื้อรั้นในตัวของลี่ ช่างเหมือนป๊ายังกับแกะ
ลี่ก็จะยื่นหน้า เถียงเค้ากลับไปว่า
ก็ลูกป๊านี่ ไม่เหมือนป๊า จะให้เหมือนใคร ชิ!


หรือเวลามีคนมาแกล้งหลอกลี่ว่า
ลี่เป็นเด็กที่ป๊าเก็บมาจากถังขยะ
ลี่ก็จะโมโหเค้า กลับมาบ้านแอบร้องไห้
คิดไปต่างๆนาๆ ว่า...
ถ้าเป็นเรื่องจริง ลี่จะทำยังไง.....
ลี่คงนอนรองไห้ให้จมน้ำตาตายไปเลย (ฮือๆ)

ถึงจะมีญาติหลายคนบอกว่า
ป๊า..ไม่ใช่สามีที่ดี
ป๊า..ไม่ใช่พ่อที่ดี
ป๊า...ไม่ใช่ลูกที่ดี(ของม่า)
ป๊า...ต่างๆนาๆ


แต่...จะเอาพ่อที่ดีกว่านี้ รวยกว่านี้อีกกี่ร้อยคนมาแลกกับป๊าคนนี้
ลี่ก็ไม่ยอมหรอก....
(พ่อข้าใครอย่าแตะ...)



( คิดถึงป๊านะ )
( ขอให้ป๊าแข็งแรงๆ ดูแลสุขภาพตัวเองมากๆด้วย)
( บ้านใหม่เสร็จ เราจะอยู่ด้วยกันอีกครั้งนะป๊า )
( อีกไม่นาน...เอง)
( รักป๊ากับแม่และน้องๆเสมอจ้ะ.......)





ปล1.ไดวันพ่อ ปีก่อนๆที่ทำให้หลายคนเสียน้ำตา
http://mariko.diaryis.com/webpage/?w02

ปล2. อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมปั่นต้นฉบับมาหลายวันแล้ว
อาการเหงาเลยกำเริบ คนบางคนเลยโดนลูกหลงเลย (เอิ๊กก)

ปล3. ไม่ได้งอน แต่น้อยใจ (เหมือนกันป่าวอ่ะ)

ปล4. หายหงอย..เมื่อคนบางคนกลับมา

ปล5. ปิดเล่มไม่ทันพรุ่งนี้..ขอเลื่อนอีก 2 วัน

ปล6. ไม่มีเวลาอ่านไดใคร ขอโทษด้วย

ปล7. ขอบคุณทุกความรักที่มีให้คนในเน็ตอย่างฉัน..
ฉันรับมันไว้..อย่างตื้นตันใจ..ขอบคุณจริงๆ

ปล8. ลองแวะอ่านที่เวบเพจของนาย J.Nut เรื่องพ่อ...อ่านแล้วซึม
http://jnut.diaryis.com/webpage/?w02

ปล9. ถึงนัท..พ่อนัทไม่ได้หายไปไหนนะ อยู่ในหัวใจนัทเสมอนะ..

มาริโกะโป๊ะเช๊ะ
6 ธ.ค. 2548 เวลา 00:38 น.

* คิๆ แวะไปดูไดคนนี้สิ คลิกที่รูป


edit @ 2005/12/06 08:40:35

2005/Dec/01









เอิ๊กกกก มุกนะเพ่ๆๆ อย่าคิดมาก



ปล. จุ๊ๆๆ แอบไปดูไดคนนี้สิ คลิกที่รูปข้างล่าง (คิๆๆเขิน)